fbpx

เกาะสีชัง ให้รางวัลกับสุขภาพด้วย 9 จุดเช็คอิน ตอนที่ 2

แวะมาชม 214 ครั้ง

มาต่อกันในวันที่ 2 ของการท่องเที่ยว ณ เกาะสีชัง เริ่มต้นวันใหม่ พร้อมได้ความสดชื่นจากการนอนเต็มอิ่ม ไม่มีอะไรมากวนสมอง เพราะมีเสียงคลื่นกล่อมก่อนนอนในคืนที่ผ่านมา ทานอาหารเช้าแล้วก็พร้อมออกเดินทางไปจุดหมายต่อไปของเรา กับอีก 1 ที่เที่ยวชลบุรี

จุดที่ 5 หาดถ้ำพัง และแหลมถ้ำพัง

ชื่อทางการจะเรียกว่า อ่าวอัษฏางค์ มีลักษณะเป็นเวิ้งน้ำและเว้าโค้ง ในบริเวณนี้จะประกอบไปด้วยสิ่งก่อสร้างต่างๆ เช่น ตำหนัก สระ บ่อ ธารน้ำ มีหน้าผาให้เที่ยวชม มีส่วนหาดทรายที่แสดงความงดงามด้วยเม็ดทรายที่ขาวละเอียด ทอดตัวอวดโฉม บริเวณแห่งนี้เมื่อก่อนคงเป็นถ้ำ และพังลงมา เลยได้ชื่อว่า หาดถ้ำพัง แหลมถ้ำพัง ในบริเวณนี้เราสามารถถ่ายรูปชายหาดมุมสูงได้โดยไม่ได้ใช้โดรนบินแต่อย่างใด และจุดนี้ยังเป็นที่นิยมมากสำหรับนักตกปลา

หาดถ้ำพัง
หาดถ้ำพัง

ส่วนใครไม่สนใจที่จะเล่นน้ำ ขอแนะนำว่าขับมอเตอร์ไซต์ไปอีกนิดแล้วแวะส่วนที่เป็นแหลมถ้ำพัง มีจุดให้ถ่ายรูปสวยๆ โดยมีฉากเป็นหิน และน้ำทะเล สึสันตัดกันหากใส่เสื้อผ้าสีสดใสมานะครับ

สำหรับเรานั้นเราไม่ได้แวะไปที่หาดและไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่นน้ำทะเล อยากที่จะเดินชมธรรมชาติ ในวันที่เรามีอะไรให้คิดมากมาย การเปลี่ยนสถานที่ที่เคยอยู่ ความคิดต่างๆ ของเราที่มากมายทั้งที่ดี และไม่ดี หรือจะเป็นปัญหาต่างๆ ที่จะเจอมากมันจะหายจากเราได้เองโดยที่เราไม่รู้ตัว เราเลยมุ่งตรงมาที่ส่วนที่เป็นแหลมถ้ำพัง เราใช้เวลา ณ บริเวณนี้อยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงได้ นั่งฟังเสียงคลื่นแม้อากาศจะร้อนแต่ได้ลมทะเลมาช่วย เสมือนความสมดุลของซีวิตผสมผสานกันได้

หาดถ้ำพัง และแหลมถ้ำพัง
หาดถ้ำพัง และแหลมถ้ำพัง
หาดถ้ำพัง และแหลมถ้ำพัง
หาดถ้ำพัง และแหลมถ้ำพัง

จุดที่ 6 ถ้ำจักรพงษ์ องค์พระเหลือง

จุดหมายต่อไป เป็นสถานที่ที่จะทำให้เห็นเกาะสีชังอีกหนึ่งมุมมอง จากที่เรานั่งเรือมองมาที่เกาะเราจะเห็นองค์พระเด่นสง่า ครั้งนี้มายืนบนเกาะมุมสูง ชมวิวเกาะ และเรือสินค้าต่างๆ สามารถชับมอเตอร์ไซต์ที่เช่าขึ้นมาชมได้เลย เป็นสถานที่สงบเงียบดีครับ เหมาะสมสำหรับเป็นสถานปฏิบัติธรรมมาก ส่วนตัวถ้ำเป็นถ้ำที่ตายแล้ว คือถ้ำที่ถูกเรียกว่าตายแล้วนั้น ก็คือถ้ำที่ไม่มีหินงอกหินย้อย ดังนั้นหากคิดจะเข้าถ้ำเพื่อดูความสวยงามของหินย้อยก็ต้องผ่านเลย แต่ต้องการความเป็นศิริมงคลก็แวะมากราบไหว้ บูชา สักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์

วัดถ้ำระฆัง กับองค์พระสีเหลือง
วัดถ้ำระฆัง กับองค์พระสีเหลือง

ทำไมชาวบ้านเรียกว่า “พระเหลือง” เพราะ พระเหลือง มีชื่อทางการว่า “หลวงพ่อศรีสุขมหาจักรเพชร” ชื่อยาวไป ชาวบ้านไม่นิยมเรียกชื่อนี้ เพราะเป็นชื่อที่ยาวและจดจำได้ยากกว่า เมื่อกราบสักการะ เป็นที่เรียบร้อย เรากลับมาชมวิวกันต่อ มีจุดพักให้นั่งเล่น ชมวิวแบบ 180 องศา จากด้ายซ้ายของเราจะมองเห็น ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และศาลเจ้าแม่กวนอิม ขยับมาก็เป็นท่าเรือที่เรามาถึงในวันก่อน ต่อด้วยประภาคานเปลี่ยนสี

ลืมบอกไปว่าทางขึ้นสูงชันนิดหน่อยนะครับ ให้ใช้ความระมัดระวังในการขับมอเตอร์ไซต์ด้วยนะ หากขับไม่แข็ง ก็สามารถหาบริการรถเช่าที่มีคนขับให้ก็ได้นะครับ จะสะดวกกว่า

ศาลเจ้าวัดถ้ำระฆัง กับองค์พระสีเหลืองเขาใหญ่
ศาลเจ้าวัดถ้ำระฆัง กับองค์พระสีเหลืองเขาใหญ่
วิวจาก ถ้ำจักรพงษ์ องค์พระเหลือง
วิวจาก ถ้ำจักรพงษ์ องค์พระเหลือง
วิวจาก ถ้ำจักรพงษ์ องค์พระเหลือง
วิวจาก ถ้ำจักรพงษ์ องค์พระเหลือง

เวลา 48 ชั่วโมง

สำหรับช่วงแห่งความสุข ณ ที่แห่งนี้

ค่าใช้จ่าย $$

ความชอบ
3.5/5
ที่จอดรถ
จอดฟรี
ร้านอาหาร
มีให้บริการ
ห้องน้ำ
มีให้บริการ
ปั้มน้ำมัน
อยู่ใกล้เคียง
ผู้สูงอายุ
รองรับ
คนพิการ
รองรับ
เด็กเล็ก
รองรับ

สารบัญ บทความ

เกาะสีชัง ให้รางวัลกับสุขภาพ ปัญหาของเราจะหายไปได้ เพียงเราลองเปลี่ยนที่ เปลี่ยนทาง

จุดที่ 7 เก๋งพระภักดี (เก๋งจีน)

ระหว่างทางที่เราขับมอเตอร์ไซต์ผ่านไปมา ไม่รูปเลยว่าสถานที่ปห่งนี้มีคามสำคัญ หากเรานั้นไม่หยุดรถเพื่อดูป้ายแหล่งท่องเที่ยว ในวันที่เราไปชมกันสถานที่แห่งนี้กลายร่างเป็นสถานที่รับพัสดุของบริการขนส่งเอกชน ที่หากมีพัสดุส่งมา ก็จะมีเจ้าหน้าที่นำกล่องพัสดุต่างๆมากองๆ กันเอาไว้ให้ผู้ที่ได้รับแจ้งมารับพัสดุไป กลับมาเลยหาข้อมูลเพิ่มเติม มีประวัติอยู่ว่าเดิมทีที่แห่งเป็นที่เรียกว่าเก๋งจีน คือที่ประทับระหว่างทางขึ้นไปทอดพระเนตรพระอาทิตย์ตก ณ ช่องเขาขาด สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2434 ก็ผ่านมาประมาณ 123 ปีได้แล้ว

เก๋งพระภักดี (เก๋งจีน)
เก๋งพระภักดี (เก๋งจีน)

จุดที่ 8 ศิลาจารึก

บนถนนเส้นหลักนี้เองเราได้เห็นสิ่งที่เราประทับใจอีกจุด บนถนนเส้นนี้ คือสนามฟุตบอล ดูสวยเลย น่าลงไปเล่นสักเกม ในตอนเย็นๆ และในบริเวณใกล้กันนี้เองเราจะได้เห็นศิลาจารึก ที่ตั้งหลบๆ เอาไว้ เสมือนเป็นไอเทมลับ คือดูไม่สดุดสายเอาสักเลย หรือว่าเราไม่เห็นเองนะ อาจจะเป็นเพราะกำลังถ่ายรูปสนามฟุตบอลเพลิมไปหน่อย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดทำ “ศิลาจารึก” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ทั้งสิ้น 4 แห่ง ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ในราชกิจจานุเบกษา ดังนี้

“อนึ่งการสร้างวะนะนี้โปรดเกล้าฯ ให้คัดเลือกก้อนศิลา สำหรับจาฤกพระนามาภิธัย แลนามตำบลที่ แลบอกประกาศเรื่องราวต่างๆ รวม 4 แห่ง คือ ที่ยอดเขาพระจุลจอมเกล้าแห่งหนึ่ง ที่ปากถ้ำพระจุลจอมเกล้าแห่งหนึ่ง ที่เนินดินใกล้ต้นอินทนิลแลนรรัตนาคารแห่งหนึ่ง ที่ตำบลที่แลราชโกษาแห่งหนึ่ง”

ศิลาจารึก
ศิลาจารึก

ศิลาจารึก ที่ตั้งอยู่ในศาลาริมถนนเสาวภาใกล้โรงเรียนเกาะสีชัง หลังสนามฟุตบอลของโรงเรียน สันนิษฐานว่า เป็นศิลาจารึกที่เนินดินใกล้นรรัตนาคาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร มีขนาดกว้าง 1.05 เมตร สูง 0.80 เมตร หนา 0.38 เมตร มีข้อความดังนี้

“ศุภมัสดุ รัตนโกสินทร์ศก 110 สมัยกาลกำหนดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ เกาะสีชัง เพื่อที่จะรักษาพระโรคสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ เมื่อวันที่ 30 เดือนเมษายนจนวันที่ 20 เดือนกรกฎาคมจนถึงวันที่ 23 เดือนสิงหาคม ระยะหนึ่ง ส่วนในระยะที่เสด็จพระราชดำเนินออกมาประทับอยู่คราวนี้ ทรงพระราชดำริว่า การซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทรงพระประชวรครั้งนี้มีพระอาการมาก ถ้าหากมิได้มาประทับรักษาพระองค์ที่เกาะสีชังนี้ ก็น่าจะไม่คลายพระโรคได้ เกาะสีชังเป็นภูมิสถานอันมีอากาศดี ควรจะเปนที่รักษาไข้เจ็บ และเป็นที่ออกมาพักอาไศรยให้มีความศุขแลร่างกายได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า ถ้าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอมีพระอาการคลายขึ้น ได้ทรงเริ่มการก่อสร้าง คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตะพานขึ้นที่หาดด้านเหนือของแหลม ซึ่งเปนที่จะสร้างพระราชวัง โดยกว้าง 2 วา 8 นิ้ว ยาว 3 เส้น 1 วา 2 ศอก มีเรือนตะพาน 3 หลัง บันไดขึ้น 7 บันได พระราชทานชื่อว่า ตะพานอัษฎางค์ โปรดให้สร้างประภาคารสูง 30 ฟุต ขึ้นไว้ที่ศิลาในน้ำตรงสัมปะยื้อ พระราชทานชื่อว่า อัษฎางค์ประภาคาร การก่อสร้างทั้ง 2 อย่างนี้ใช้เงินพระคลังข้างที่เปนส่วนพระราชทรัพย์สำหรับพระองค์ มิใช่เงินจากราชการแผ่นดิน โปรดให้ปักเสาธงขึ้นไว้บนเขาสูงยอดพระจุลจอมเกล้าสำหรับบอกเรือไปมา พระราชทานชื่อว่า เสาธงอัษฎางค์ ตัดถนนตั้งแต่แหลมวังขึ้นไปถึงหลังโฮเต็ล ยังตัดต่อขึ้นไปจนถึงท่าไร่บนนี้ สายหนึ่ง พระราชทานชื่อว่า ถนนอัษฎางค์ ตัดทางแยกจากถนนอัษฎางค์ตรงไปเขาขาด พระราชทานชื่อว่า ถนนเสาวภา

ในที่บริเวณข้างถนนตั้งแต่ประตูอัษฎางค์เข้าไปจนกระทั่งถึงเขาขาดให้ตัดทางปลูกต้นไม้คือแต่งเปนวะนะสถานสำหรับเปนที่สำราญใจ สำราญกายของชนทั้งปวงพระราชทานชื่อ อัษฎางค์คะวัน สร้างศาลศรีชโลธรเทพอันเปนที่นับถือของชนชาวเกาะสีชังที่ไหล่เขาพระองค์ขจร การก่อสร้างทั้งปวงนี้ได้เริ่มขึ้นนับได้ 40 วันถ้วน เปนอันแล้วเสร็จได้ดั่งประสงค์ ครั้งวันที่ 23 เดือนสิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก 110 จึงได้มีการมงคล สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธทรงเปิดประภาคารจำลองอันเปนเครื่องหมายให้จุดไฟที่อัษฎางค์ประภาคาร และชักธงบรมราชธวัชขึ้นที่เสาธงอัษฎางค์เป็นประถม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ได้ทรงตรึงตาปูที่ตะพานอัษฎางค์เปนที่หมายว่า การตะพานนั้นเป็นอันแล้วสำเร็จ แล้วสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอได้ทรงรำกระบี่กระบอง ง้าง ดาบสองมืออย่างละคู่ แล้วสวดพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นวันที่ 24 เวลาเช้าเลี้ยงพระสงฆ์ เวลาบ่ายเสด็จพระราชดำเนินทรงตัดแพรแถบเปิดถนนอัษฎางค์ แลชักผ้าคลุมชื่อ และไขกุญแจเปิดประตูอัษฎางค์คะวัน พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระวรราชเทวี อันเปนพระมารดาทรงปลูกต้นอินทนิลในกลางวะนะ เป็นสำคัญในการสร้างวะนะแทนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ครั้งที่ 25 ที่ 26 เสด็จพระราชดำเนินประพาส สถานที่ต่างๆ ซึ่งได้สร้างขึ้นอัษฎางค์คะวัน มีละครเบิกโรงวันที่ 23 และเล่นเต็มวันอีกสามวัน ครั้นวันที่ 26 เวลาบ่ายได้พระราชทานสิ่งของเครื่องเรือนและเครื่องทำครัว กับเรื่องทำมาหากินและการต่างๆ รวม 86 ส่วน และราษฎรซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินออกมาทั่วหน้า เป็นการฉลองสิ่งที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ชนทั้งปวงในเกาะสีชังนี้ จึงโปรดเกล้าให้จารึกไว้ในก้อนศิลานี้เปนที่ระลึกสืบไป”

ใกล้กันกับ “ศิลาจารึก” จะมีสนามฟุตบอลที่เห็นแล้วต้องตาเอามากๆ สวยงามจริง

สนามฟุตบอล
สนามฟุตบอล หญ้าสวย

 

จุดที่ 9 ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าแม่กวนอิม

ณ แห่งนี้อาจจะเป็นสถานที่แรกขอหลายๆ คน แต่เรานั้นเลือกเป็นสถานที่สุดท้ายเพราะในวันที่เรามาใช้เวลาในการท่องเที่ยวเกาะสีชังตรงกับวันอาทิตย์ และวันจันทร์ เห็นว่าถ้าหากไปวันแรกของการเดินทางคงมีคนมาที่นี่เยอะ เดินชมได้ไม่สะดวกมากนัก ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของเกาะสีชัง มีคนบอกว่า าได้มาไหว้ติดต่อกัน 3 ปี จะสมปรารถนาในสิ่งที่ขอ มากราบไหว้ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นั้น เป็นสิริมงคลกับตัวเอง บริเวณศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่มีทางขึ้น 2 ทางหรือ 2 วิธีให้เลือก คือเดินขึ้นบันได สูงเอาเรื่องแต่เดินง่าย อีกทางคือนั่งรถรางขึ้นไป รถรางแบบไทยประดิษฐ์นะ ก็ให้ความสะดวกสบายสำหรับผู้สูงอายุได้อยู่นะ ไม่มีเจ้าหน้าที่กำกับด้านล่างที่จะขึ้นนะ (ในวันที่เราไป) ต้องค่อยดูเอานะว่าจะให้คนขึ้นเกินจำนวน พอเริ่มเต็มรถรางก็จะเคลื่อนตัวนำเราสูงด้านบน ไปไหว้สักการะกันต่อ

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

สำหรับเครื่องสักการะองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ จะมีชุดสำหรับบูชาองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่ ราคาชุดละ 70 บาท โดยจะมี ธูป 25 ดอก พร้อมแผ่นปิดทององค์เจ้าพ่อ และน้ำมันตะเกียง 1 ขวด ในส่วนของการไหว้แก้ปีชง มีให้บริการชุดละ 100 บาท โดยจะมียันต์ฮู้แก้ปีชง พร้อมกระดาษสีชมพูสำหรับเขียนไว้ที่องค์ศาลเพื่อทำพิธีสวดแก้ปีชงพร้อมกันในวันงานที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีต่อไป

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ การแลกขวัญกระเป๋า
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ การแลกขวัญกระเป๋า

จากภาพกำลังทำแลกขวัญกระเป๋า โดยเราสามารถทำได้โดยนำกระเป๋าสตางค์ของเราไปใกล้องค์เจ้าพ่อ อธิษฐานจิตให้เราประสบความสำเร็จด้านการค้าการทำงาน กระเป๋าเต็มไปด้วยเงินทองไม่ขัดสนตลอดไป ส่วนนี้แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลนะครับ แต่ทำแล้วก็ได้กำลังใจ ไม่มีอะไรเสียหายนะ หรือจะไปจุดประทัดถวายเจ้าพ่อเขาใหญ่ก็ได้นะครับ เพื่อที่จะทำให้เรานั้นชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกับประทัดที่จุด เกิดผลสำเร็จด้านการงาน อาชีพที่ทำอยู่ โดยนิยมจุดเป็นจำนวน 100 นัด 500 นัด 1,000 นัด ตามแต่เราได้บทเอาไว้ ตอนเที่เราไปก็ได้ยินเสียงจุดกันตลอดเวลา แถมมีเสียงกระซิบบอกว่า หากต้องการให้สิ่งที่เราอธิษฐานนั้นสำเร็จได้ดังใจ ก็ให้บนบสนด้วยไข่ต้ม

หลังจากที่เราขึ้ยไปสักการะเป็นที่เรียบร้อยก็สังเกตุเห็นว่าทำไมมีแต่ผู้สูงอายุมาดูแลเรา ค่อยแนะนำเราว่าต้องทำสิ่งนี้ก่อน ทำอย่างนั้น อย่างนี้นะจะดี ที่ที่เราจะได้เงินไหลนอง ทองไหลมา พอกลับลงมาด้านล่างพบว่าไม่ไกลมากนักก็พบกับมูลนิธิสงเคราะห์คนชราเกาะสีชัง จึงร้องออกมาอ้อออ นี่อย่างนี้เอง เราก็ไปสักการะต่อที่ศาลเจ้าแม่กวนอิม

ศาลเจ้าแม่กวนอิม เกาะสีชัง
ศาลเจ้าแม่กวนอิม เกาะสีชัง

สำหรับในส่วนของศาลเจ้าแม่กวนอิน เราประทับใจในงานวาดรูปหน้าของท่านมากเลย ใช้สีชมภูให้แสดงออกมาถึงความเป็นผู้หญิง และวาดออกมาดูดี ดูแล้วทำให้เรารู้สึกว่าเราเข้าถึงได้เป็นกันเองกับเจ้าแม่กวนอิม เห้นแล้วเราจะรู้สึกถึงความสุข ไม่เสียดายที่เราได้แวะมาสักการะ ความทุกข์ที่มีในใจก็หายไปในทันที
ข้อมูลเพิ่มเติม กดลิงค์

บทสรุป ช่วงเวลาแห่งความสุข

หลังจากที่เราได้ใช้เวลาในช่วงสั้นๆ กับสถานที่แห่งนี้ คือ 2 วัน 1 คืน ในตอนที่กำลังขับรถกลับสู่ถิ่นของเรา ระหว่างทางก็นั่งคิดๆ ก็มีความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นมาคือ รู้สึกว่าเหมือนเราไปทานข้าวหรืออาหารไม่อิ่ม ที่ไม่อิ่ม ไม่ใช่เพราะรสชาติอาหารไม่อร่อย แต่เป็นเพียงเพราะเรานั้นเองไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับการทานอาหารนั้นซะมากกว่า ถ้าหากเรามีเวลามากกว่านั้ก็คงจะนั่งทานอาหารจากนี้อย่างช้าๆ ดื่มด่ำความอร่อยที่ละนิด ให้เต็มอิ่ม และด้วยประวัติของสถานที่แห่งนี้บอกเอาไว้ว่าเป็นที่พักพื้นร่างกาย เราว่าเป้นที่พักพื้นทั้งกายและใจเอามากๆ ถึงแม้ว่าชื่อจะดูน่าชัง แต่อย่าได้ชังเหมือนกับชื่อ มีบทกลอน บทเพลงมากมาย ส่วนมากจะเขียนถึงความรักที่ต้องหากไกลจะคนที่เรารัก และอยู่ในช่วงอารมณ์ที่โกรธกันนิด อย่างบทกลอนนี้

ชื่อสีชังชังแค่ชื่ออย่าถืออ้าง ให้เลิกร้างชังชิงนะมิ่งขวัญ
ถึงผิดใจใช่หยุดรักยอดชีวัน ความรักมั่นยืนยงยังคงเดิม
อย่าโกรธงอนอ่อนแออย่าแพ้ใจ หนักแน่นไว้นำความรักเข้ามาเสริม
รักมิเคยลดน้อยคอยแต่เติม ใส่ใจเพิ่มรักหนาอย่าชังเลย

หากสถานที่คือตัวละครหลัก ผู้ที่อยู่อาศัย หรือชาวบ้านเป็นตัวประกอบ ก็บอกได้เลยว่าตัวประกอบแสดงออกมาได้ดีจริงๆ ชาวบ้านที่นี้มีความรักที่พร้อมจะมอบให้นักท่องเที่ยวทุกคน พร้อมดูแลแนะนำ มีความลอยยิ้มที่มอบให้ตลอดเวลา  เป็นชุมชนที่ดูแลกันเองได้เป็นอย่างดี มีความสะอาดตลอดเส้นทางที่เราได้ท่องเที่ยว หากจะถามต่อว่าจะกลับมาเยี่ยมชมอีกสักครั้งไหม ก็ขอตอบวา่ต้องกลับมาเป็นแน่แท้ เป็นคำตอบของคนที่ได้มาแล้วเท่านั้นนะ คนที่ยังไม่ได้มาอาจจะไม่ได้อยากมาตั้งแต่แรก แต่มาแล้วก็จะกลับมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าในบางสถานที่จะถูกทอดทิ้งไม่ได้มีการดูแลต่อ หรือสร้างต่อด้วยงบประมารที่หายไป เหลือเอาไว้ให้เก็นแบบแอบเจ็บใจเล็กๆ ว่าทำไมไม่ทำให้เสร็จ ก็ไ่ใช้สาระสำคัญอะไร ที่จะทำให้ลดถอนความน่าท่องเที่ยวของสถานที่แห่งนี้ ยังไงแล้วเราจะกลับมาอีกครั้ง

ลิงค์หน่วยงาน เทศบาลตำบลเกาะชีชัง กดลิงค์

ความประทับใจ

  • มีจุดน่าท่องเที่ยวมากมาย
  • ได้รับลอบยิ้ม และความต้อนรับที่ดีจากชาวบ้าน
  • ความสะอาดของสถานที่
  • ความเงียบสงบ ให้เราพักกาย และใจในวันที่จออะไรหนัก ที่ผ่านมาในชีวิต

ข้อควรรู้ และแนะนำ

  • มีจุดจอดรถที่ไม่เพียงพอในวันหยุด
  • เรือโดยสารไปที่เกาะมีให้บริการ ออกทุกชั่วโมง
  • ร้านอาหารดังคนจะเยอะ  ลองไปร้านท้องถิ้นดูราคาถูกกว่า
  • ใช้ความระมัดระวังในขณะขับมอเตอร์ไซต์ ไม่ต้องขับเร็ว ค่อยๆ ไปชมความงาม 2 ข้างทางอย่างช้าๆ

ภาพประทับใจ

Pin It on Pinterest

Scroll to Top