fbpx

รับอรุณรุ่งเช้าวันใหม่ ลมเย็น บรรยากาศเป็นใจ ณ ภูเรือ

รับอรุณรุ่งอีกครั้งเป็นท่องเที่ยวต่อเนื่องจากเชียงคานในวันก่อน ด้วยภารกิจเลี้ยงรุ่นกัน วันรุ่งขึ้นหลังจากแยกย้ายกับเพื่อนๆ เราก็เริ่มต้นด้วยการเช่ารถต่อเพื่อเดินทางสู่ภูเรือเพื่อเที่ยวชมอรุณรุ่งวันใหม่ที่อุทยานแห่งชาติภูเรือ ไปชมหมอกยามเช้าหากในวันที่เราไปมี และสถานที่อื่นแถวนั้นเที่ยวชมวัด 

ในการเช่ารถเพื่อใช้ในการท่องเที่ยวครั้งที่ เป็นภารกิจ ขึ้นเครื่องต่อรถเช่า สนนราคาของแต่ละค่ายก็มีให้ตั้งแต่ 500 บาทถึง 1,000 กว่าบาท มีรถให้เหลือหลายรุ่นตามความต่อการของเรา สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้ว่าการเช่ารถที่จะได้ราคาถูกที่สุด ไม่ใช่เช่าผ่านหน้าเว็บไซต์ แต่เป็นการโทรไปจองตรงกับผู้ให้บริการรายนั้น และอีกนั้นละะครับ หากเรามีปัญหาระหว่างทางในการใช้รถเช่า รถก็จะติดต่อศูนย์ได้ยากตามไปด้วย ในครั้งนี้เราก็เลือกรถรุ่นเล็กก็พอ ประมาณเครื่องยนต์ 1500 cc สิ่งที่เราเลือกเอาไว้คือ Honda City รับรถ ตรวจสภาพ ดูเรื่องประกันต่างๆ เสร็จแล้วก็ขับออกจากสนานบิน พร้อมน้ำมันให้เต็มถัง พอจะคืนรถ ก็เติมกลับให้เต็มเหมือนเดิมเท่านั้นเอง เรามาเริ่มออกเดินทางกันดีกว่า ณ ตอนนี้ก็บ่ายแก่ๆ แล้ว

รับอรุณรุ่งเช้าวันใหม่ ลมเย็น บรรยากาศเป็นใจ ณ ภูเรือ
รับอรุณรุ่งเช้าวันใหม่ ลมเย็น บรรยากาศเป็นใจ ณ ภูเรือ

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว (รถเช่า) ก็ถือว่ามีความสะดวกสบาย มีอุปกรณ์ภายในรถ เป็นไปตามมาตรฐานในระดับพอใจ หากคิดจะเช่ารถเดินทางแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควรพกพามาด้วยก็จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้ความบันเทิงภายในรถ เช่นเครื่องเล่น MP3 ที่บรรจุเพลง MP3 ที่เราจะพกพาฟังระหว่างทางไปด้วยแก้เหงา สร้างความบันเทิงให้กับตัวเอง หรือว่าจะเป็นแผ่น CD ก็พกพามาด้วยก็ได้ แต่ยุดสมัยนี้ แบบนี้ตอนนี้คงไม่มีใครพกแล้วละ ส่วนใหญ่แล้วรถยนต์ใหม่ๆ ก็จะมีอุปกรณ์บลูทูธให้อยู่แล้ว หากเรามีเพลงจากมือถือของเราก็สามารถเปิดใช้กล่อมระหว่างทางได้  อย่าได้คาดหวังว่าในรถจะมีเพลง ให้นอกเสียจากว่าผู้เช่าคนก่อนลืม นอกจากวิทยุ สถานีท้องถิ่นนั้น เราก็ไม่รู้ว่ารายการอะไรช่องไหนน่าฟังเพราะเราก็ไม่ใช่คนท้องถิ่นก็คงต้องพึ่งพาจากเพลงที่เรามีนั้นละ

การเดินทางไปสู่อำเภอภูเรือไม่ไกลมากจากตัวเมืองมากนัก สภาพถนนดีมาก ขับไปได้เรื่อยๆ ถนนหนทางก็ดี ในช่วงที่เราไปนั้นมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก ขับรถไปตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ ของวันแรก เข้าที่พักล้างเนื้อ ล้างตัว ล้างหน้า ล้างตา เสร็จแล้วก็ขับรถเล่นเพื่อหาร้านอาหาร ทานอาหารเย็นกัน แล้วกลับที่พักก่อนที่จะไปเยี่ยมชมพระอาทิตย์ขึ้นที่อุทยานแห่งชาติภูเรือในวันรุ่งขึ้น

รับอรุณรุ่งเช้าวันใหม่-ภูเรือ
รับอรุณรุ่งเช้าวันใหม่-ภูเรือ

อุทยานแห่งชาติภูเรือ

รุ่งเช้าวันใหม่หลังจากที่ตื่นนอนได้ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ประมาณ 05:30 น. จากการที่เราพยากรณ์อากาศพระอาทิตย์จะขึ้นเวลาประมาณ 6 โมง 15 นาที จากที่พักเราขึ้นไปบนยอดภูเรือก็ใช้เวลาไม่นาน แล้วก็ขับรถเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูเรือ จะมีพื้นที่สำหรับจอดรถ รองรับจำนวนมากได้อยู่นะ คนไม่เยอะก็สามารถเลือกจอดได้ตามสบาย ห้องน้ำห้องท่ามีให้บริการตามสภาพจริงๆ กระดาษก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องพกติดตัว บริเวณลานจอดรถก็มีร้านค้า ขายของชำร่วย ของกินเล็กๆน้อยๆ ของฝาก เสื้อผ้ากันหนาวก็มีหลังจากนั้นก็ต้องต่อรถขึ้นไปยังด้านบนด้วยรถสองแถว ซึ่งมีบริการขับขึ้นไปส่งด้านบน เสียค่าใช้จ่าย 10 บาทต่อคนนั่งใช้เวลาประมาณไม่เกิน 5 นาที ก็ถึงบนยอดภูเรือ บริการรถสองแถวนี้เขาจะมาจอดรอรับส่งเราทั้งขาไปและขากลับ จอดรออยู่พอได้จำนวนผู้โดยแล้ว ไม่รอให้เต็มเห็นว่าน่าจะพอเพียงกับขับออกไปเลย

อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ

เมื่อด้านบน ภูเรือก็จะมีป้ายแสดงอุณหภูมิเอาไว้ ตัวเลขที่แสดงในวันนั้นบอกว่า 16 องศา เอาเป็นว่าเย็น เข้าขั้นหนาว แต่เราพร้อม เพราะแต่งตัวมีดี ก็ได้อารมณ์สบายๆ แถมไม่ค่อยมีลมก็ยังพอให้เราทนทานอากาศหนาวได้ พระอาทิตย์กำลังมาพอดีกำลังขึ้นเลย พร้อมให้เราได้รับพลังจากพระอาทิตย์ในวันใหม่ เติมเต็มกลับไปสู้งานหนักได้ต่อ ซึ่งในส่วนที่ชอบมากที่สุด ประทับใจเลยก็คือเป็นทิวเขาที่สลับซับซ้อนมองให้เราเห็นเป็นมิติใกล้ไกล มีพระอาทิตย์ฉากหลังสุด กำลังขึ้นมาพอดีแสงสีแดงเหลืองทองอำพันสวยงามมาก แถมยิ่งไปกว่านั้นจำนวนนักท่องเที่ยวที่ไม่มากนักในวันจันทร์ก็ทำให้เราไม่ต้องเบียดเสียดแทรกตัวหาจุดสวยๆในการถ่ายยืนชมพระอาทิตย์ขึ้นได้อย่างสบายๆมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตเลยสำหรับการท่องเที่ยวถ้าเราไปท่องเที่ยวในวันธรรมดาสิ่งที่เราได้พบเห็นก็คือความสบายตาสบายตัวสบายพื้นที่ในการถ่ายภาพเลือกมุมเดินชมค่อยๆเดินหามุมถ่ายได้ทุกมุม 

พระพุทธนาวาบรรพต

ชื่อ “ภูเรือ” นั้นมีที่มาจากลักษณะของภูเขาซึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาคล้ายเรือสำเภาขนาดใหญ่โดยที่ราบบนเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ เรามองหาอยู่นานก็ไม่เจอว่าจะเป็นเขาลูกไหน จากข้อมูลที่เราได้มาจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นจะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุด คือ ผาโหล่นน้อย และยอดภูเรือ บนยอดภูเรือนี้เป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธนาวาบรรพต” พระพุทธรูปเก่าแก่ ซึ่งได้อัญเชิญมาจาก พระนครศรีอยุธยาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2521 ต่อมาตัวองค์พระได้รับการปฏิสังขรณ์อีกหลายครั้ง จนกระทั้งปี พ.ศ. 2538 จึงได้มีการสร้างเจดีย์ถาวรครอบองค์พระขึ้นในที่สุด

พระพุทธนาวาบรรพต อุทยานแห่งชาติภูเรือ
พระพุทธนาวาบรรพต อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ชมดอกไม้ที่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ชมดอกไม้ที่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ชมดอกไม้ที่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ
ชมดอกไม้ที่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ

หลังจากเสร็จภารกิจชมพระอาทิตย์วันใหม่รับอรุณรุ่งแสงสีทองผ่องอำไพเสร็จแล้วนะครับบรรยากาศก็เริ่มยิ่งแสงสว่างมากขึ้นและทำให้เราเยี่ยมชมในบรรยากาศของภูเรือต่อ ไหว้พระสักการะด้านบนเสร็จแล้วก็เดินชมธรรมชาติ ดอกไม้แปลกตา ถึงแม้จะเป็นทิวเขาที่ดูแห้งแล้งไปหน่อย ภูเขาถึงจะไม่ได้สูงมากระหว่างทางที่เราเดินอยู่

รอยเท้าหมีควาย
รอยเท้าหมีควาย
รอยเท้าหมาจิ้งจอก
รอยเท้าหมาจิ้งจอก

ก็ลองมองต่ำสังเกตเห็นที่พื้น วาวว ดูเจ้าหน้าที่ตั้งใจทำที่สุดให้เราได้เข้าใจถึงขนาดของฝากเท้าของสัตว์แต่ละชนิด จะสังเกตเห็นรอยเท้าของสัตว์ที่เขาก็ทำบนปูน ที่แสดงลักษณะของรอยเท้าสัตว์แต่ละชนิดพร้อมกับมีชื่อกำกับเอาไว้ให้ หากเราไปเดินป่า มันคงสนุกดี ที่รู้ว่าสัตว์แต่ละชนิดมีรอยเท้าแบบนี้ แบบนั้น เป็นรอยเท้าสัตว์ น่ารัก หรือน่ากลัว แต่น่ากลัวที่สุดคือรอยเท้าหมีควายเนี่ยละอย่าได้เจอเห็นเลย ใช้เวลาอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมงได้ ไม่ขาดไม่เกินในการเดินท่องเที่ยวชมตามรอบรั้วที่เขากั้นเอาไว้ทั้งฝั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นแล้วก็อีกฝั่งนึงเราก็สามารถดูได้ หากมาอีกครั้งตอนเย็นคงได้ดูพระอาทิตย์ตกเหมือนกันนะครับ เป็นวิวที่สวยดีเหมือนกัน เรากลับมานั่งรอรถลงไปข้างล่าง โดยช่วงที่รอก็บังเอิญว่ามีเราอยู่แค่สองคน ดังนั้นคนขับรถก็รอจังหวะนิดนึงเผื่อคนอื่นเขาเริ่มที่จะชมวิวเสร็จก็จะได้ลงไปพร้อมกัน ลืมบอกไปด้านบนนี้ไม่มีห้องน้ำ ถ้าจะเข้าห้องน้ำแนะนำว่าทำธุระให้เป็นที่เรียบร้อยซะก่อน ก็ตรงที่จอดรถ มีห้องน้ำห้องท่าให้เข้า สร็จแล้วขึ้นมา เพราะว่าถ้าขึ้นมาแล้วปวดท้องขึ้นมานึกสภาพไม่ออก

เวลา 8 ชั่วโมง

สำหรับช่วงแห่งความสุข ณ ที่แห่งนี้

ค่าใช้จ่าย $$

ความชอบ
4/5
ที่จอดรถ
จอดฟรี
ร้านอาหาร
มีให้บริการ
ห้องน้ำ
มีให้บริการ
ปั้มน้ำมัน
อยู่ใกล้เคียง
ผู้สูงอายุ
รองรับ
คนพิการ
รองรับ
เด็กเล็ก
รองรับ

สารบัญ บทความ

ยังมีวันรุ่งของพรุ่งนี้ ที่จะให้ก้าวต่อไป ชีวิตต่อดีกว่าวันที่ผ่านมา

เมื่อรับพลังกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาลงจากภูเรือ เราจะไปไหนต่อกันดี เหมือนมีการวางแผนมา แต่จริงๆ แล้วไม่มีตอนแรกกะว่าจะไปอำเภอด่านซ้ายต่อ แต่ดูเวลาแล้วไม่น่าจะทัน แต่สังเกตุเห็นวัดใหญ่บนเขาอยู่วัดแปลกตา ก็แวะชมหน่อยดีกว่านะ

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

วัดที่เหมือนได้ชื่อว่า ไม่แวะที่วัดเหมือนไม่ได้มาถึงภูเรือ วัดแห่งนี้เป็นพระอารามที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีทรงพระราชทานเงินซื้อที่ดินสำหรับสร้างวัดนี้ขึ้นมา อยู่บนเขาที่มีวิวสวยรอบด้าน มีพระอุโบสถโดดเด่นอยู่ตรงกลางรายล้อมด้วยวิหารรายทั้งสี่ ทุกหลังสร้างด้วยไม้แกะสลักลวดลายสวยมากๆ ทั้งผนังและคันทวย ยิ่งหน้าบันก็จะยิ่งสวยเพราะอยู่ด้านหน้าสุด ในวิหารรายแต่ละหลังประดิษฐานพระพุทธรูปที่งดงาม พระอุโบสถประดิษฐานพระพุทธเจ้าไภสัชยาคุรุไวฑูรยประภา จอมแพทย์ หรือพระกริ่งปวเรศ เป็นพระปฏิมาประธาน พระพุทธรูปในวิหารรายองค์หนึ่งเป็นพระนอนแกะสลักด้วยหินหยกแม่น้ำโขง จากพม่า ตัวโบสถ์วิหารถูกสร้างด้วยไม้สักที่ถูกนำมาแกะสลัก วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง หรือวัดภูเรือมิ่งเมือง ชื่อเดิมวัดพระกริ่งปวเรศ

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

ด้วยรูปหน้าตาของพระประทานมีความดูจริงจังเอามากๆ ทำให้ใครต่อใครที่เข้ามาคงทำตัวสงบเงียบไปกับสถานทีแห่งนี้ได้โดยไม่ต้องเตือนอะไรกันเอง หรือจะคิดว่าท่านกำลังบอกว่าให้เราพยายามสงบจิตใจ ให้มีสติ ปัญญาก็จะเกิดขึ้น คงเหมือนในวันที่เรากำลังทำงานแล้วมีงานมากมายเข้ามาพร้อมกัน ยากที่จะรับมือให้งานแต่ละชิ้นเสร็จสิ้น หรือทำงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดของวันเวลา หากเราตั้งสติหยุดนิ่งในช่วงเวลาสั้นๆ ค่อยๆ คิด ลำดับความสำคัญของแต่ละชิ้นงาน ค่อยๆ ทำงานนั้นก็จะแล้วเสร็จ เกิดความผิดพลาดน้อยลงตามไปด้วย

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

ก่อนที่จะเข้าไปในตัวพระอุโบสถนั้นได้สังเกตุเห็นป้าย พร้อมข้อความที่น่าประดับส่วนตัวเล็กน้อย “ทำบุญด้วยมือของท่าน งดจุดธูปเทียน เปิดไฟเท่าที่จำเป็น” ไม่ต้องมาวุ่ยวายเก็บธูป จุดไฟ อะไรอีกมากมาย สั้น จบ กระบวนความ ความสงบ การเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ใจของเราเท่านั้น เดินทะลุไปส่วนด้ายหลังอีกนิด จะได้พบกับพระนอน พระวิหาร นาคหัวบันได ก็ถูกแกะสลักมาจากหินหยกแม่น้ำโขง

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

ภายในตัววัดยังมีหลายส่วนที่กำลังพัฒนา หรือกำลังสร้างเพิ่มเติมใจหลายจุดเหมือนกัน ก็คงต้องให้เวลากันสักพักใหญ่ๆ และครับสำหรับการสร้างวัด เราเดินไปยังอีกส่วนใกล้ๆ กันนั้น ก็จะเป็นส่วนที่ผมประทับใจอีกส่วนที่ไม่รู้สึกเสียดายใดๆ ในการมาเยี่ยมชม เป็นส่วนที่มีทางเดินยาวที่ระหว่างทางเดิน 2 ข้างทางนั้นจะประกอบไปด้วยจิตกรรมภาพต่างๆ ให้ได้รับรู้ศาสาพุทธมากยิ่งขึ้นเพียงแต่ว่าส่วนนั้นในช่วงเวลาที่เราไปนั้นยังไม่แล้วเสร็จดี ระบบไฟฟ้ายังไม่ได้ติดตั้ง นมาให้ชมบางส่วนเท่านั้นนะ

วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง
วัดสมเด็จภูเรือมิ่งเมือง

เดินเพลินได้เวลาออกจากสถานที่แห่งนี้ ไปยังจุดเช็คอินให้ ที่ตอนเช้าเราเห็นตั้งอยู่ระหว่างทางที่ขึ้นไปบนภูเรือ เป็นสถานที่ที่ใครชอบถ่ายภาพเอาไว้อวดเพื่อน หรือจะเก็บความทรงจำของตัวเองก็ต้องแวะนะครับ เป็นสถานที่ที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการตกแต่งขึ้นมาเป็นอย่างดี ที่จอดรถสะดวก พร้อมกับป้ายที่บอกว่า “เมืองแห่งทะเรือภูเขา สุดหนาวในสยาม”

วัดป่าห้วยลาด

ก่อนจะไปกันต่อเราขอเล่าประวัติกันนิดหน่อยนะ แรกเริ่มเดิมทีนั้น หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ได้จาริกธุดงค์มาภูคลั่ง ก่ตั้งสร้างสำนักสงฆ์ห้วยลาด ซึ่งอยู่ติดกับบ้านห้วยลาด หลังจากนั้นเมื่อชาวบ้านห้วยลาดเริ่มมีความศรัทธาเลื่อมใส จึงได้นิมนต์องค์หลวงปู่ชอบ มาตั้ง สำนักสงฆ์ห้วยลาด ในปี 2483 เป็นต้นมา หากจะถามว่า หลวงปู่ชอบท่านเป็นใคร หลวงปู่ชอบมีการสร้างวัดไว้มากมาย เป็นสถานบำเพ็ญภาวนาปฏิบัติธรรมหลายจังหวัด อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ ศรีสะเกษ มุกดาหาร และประเทศลาว ที่วัดหลักกิโลที่ 136 เส้นทางไปเวียงจันทร์ วัดที่หลวงปู่สร่างขึ้นส่วนใหญ่ จะตั้งขึ้นเป็นป่าช้าหรือในป่าลึก สำหรับที่จังหวัดเลย หลวงปู่ชอบได้สร้างวัดจำนวนทั้งสิ้น 8 แห่ง คือ วัดป่าห้วยลาด วัดป่าบ้านบง วัดป่าสานตม วัดป่าม่วงไข่ (ปัจจุบันหลวงพ่อขันตี จำพรรษาอยู่) วัดป่าฐานสโม วัดปาโคกมนและวัดป่าสัมมานุสรณ์ ในสายพระธุดงค์กรรมฐานที่เป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นที่ยกย่องว่าหลวงปู่ชอบ ฐานสโมถือว่าเป็นศิษย์ที่สำคัญอีกรูปหนึ่ง ที่มีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญในด้านความเพียร มีนิสัยมักน้อย สันโดษ ชอบแสวงหาความวิเวกอยู่เป็นนิจ ข้อปฏิบัติและธรรมของหลวงปู่ชอบ เป็นที่ยอมรับจากบรรดาคณะศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนทั่วไป หลวงปู่ชอบมักอบรมสั่งสอนพระภิกษุสามเณร ว่าแสวงหาที่สงัดวิเวก เร่งทำความเพียรถาวนาอย่างหนักอย่าประมาท หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย นับเป็นพระอริยสงฆ์ที่สำคัญรูปหนึ่งของจังหวัดเลย

วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด

ครั้งแรกที่ได้ขับรถเข้าไปในบริเวณวัด ต้องประหลาดใจในความใหญ่โต ของสถานที่ว่าใหญ่เอามากๆ บนพื้นที่กว่า 370 ไร่ บริเวณต่างๆ แบ่งออกเป็นส่วนๆ ให้เห็นได้ชัดเจน มองไปจะเห็นอุโบสถตั้งอยู่สง่างามที่ใช้ปฏิบัติกิจกรรมของพระสงฆ์  และประกอบพิธี ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา แถวมีประติมากรรมต่างที่ถูกสร้างขึ้นบริเวณลานหน้า วัดป่าห้วยลาด ไม่ว่าจะเป็น องค์เทพ พระตรีมูรติ พระอินทร์ พระพิฆเณศ พญานาค จระข้ และองค์เทพอื่นๆไว้อีกมากมาย ให้เราพอได้ไปกราบไหว้ขอพร และที่โดดเด่นสะดุดตาก็คือ องค์พญานาค ที่เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ อุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตอัญเชิญ พระปรมาภิไธย “ภ.ป.ร.” อักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” ตราสัญลักษณ์ งานฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ตราสัญลักษณ์ งานเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมายุ 80 พรรษา ประดิษฐาน ณ หน้าบันศาลาเฉลิมพระเกียรติ

วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด

พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม เกิดจากความทุ่มเท อุทิศตน ร่วมแรงร่วมใจกันของทุกๆแรงศรัทธา เพื่อให้ได้ผลงานพุทธศิลป์ที่ทรงคุณค่าและงดงาม อันจะเป็นที่พึ่งทางใจ สักการะกราบไหว้ของเหล่า “ผู้คนทุกเชื้อชาติ” เปรียบได้ดั่งความเมตตา ที่ไม่มีประมาณต่อเหล่าสรรพสัตว์ขององค์พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม บนพื้นที่กว้าง 21.88 เมตร ยาว 27.88 ขนาดความสูงองค์เจ้าแม่รวมแท่นประทับ 12 เมตร โดยองค์เจ้าแม่กวนอิมปางอุ้มเด็กนี้ จะสร้างด้วยแร่แคลไซต์ สีขาวบริสุทธิ์ทั้งองค์ สร้างโดยห่อหุ้มต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่ไว้ทั้งหมด เมื่อให้ทางป่าไม้อำเภอมาตรวจสอบ พบว่าเป็นต้นตะเคียนทองซึ่งถูกต้นไทรห่อหุ้มมิดหมดทั้งต้น และคาดว่าจะมีอายุมากกว่าร้อยปี (ชาวบ้านขนานนามว่า ต้นไทรทอง) โดยลักษณะขององค์เจ้าแม่เป็นปางยืน มือซ้ายอุ้มเด็ก มือขวาตั้งขึ้นเสมออก แสดงสัญลักษณ์การให้พร และประทานบุตร โดยรอบเท้าองค์เจ้าแม่มีดอกบัวรองรับ มีน้ำมนต์ไหลผ่านกลีบดอกบัว

รอบองค์เจ้าแม่กวนอิมทั้ง 4 ทิศเป็นรูปปั้นเด็ก เป็นสัญลักษณ์ของ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ความสูงพร้อมแท่น 1.8 เมตร และมีรูปปั้นสัตว์เทพศักดิ์สิทธิ์ อยู่บริเวณทางเข้าลาน ซ้ายขวา มีนามว่า”ปี่เซียะ” กว้าง 2 เมตร ยาว 4 เมตร สูง 3.8 เมตร แสดงถึงความสมบูรณ์ด้วยหลักเบญจธาตุ ทอง น้ำ ไม้ ดิน ไฟ ประกอบขึ้นจากสัตว์มงคลถึง 5 ชนิด ได้แก่ ศรีษะของมังกร ปีกของพญาอินทรี อุ้งเท้าของสิงโต ลำตัวของกวาง หางของแมว พื้นที่ทั้งหมดจะปูด้วยกระเบื้องเซรามิคสีขาว สดใส

การก่อสร้างเจ้าแม่กวนอิมอันศักดิ์สิทธิ์นี้ เพื่อต้องการให้เป็นที่สักการะกราบไหว้ของประชาชนทั่วไป เป็นการสร้างบุญกุศลให้แก่วิญญาณ สัมภเวสี เทพยดา เทพารักษ์ และสิ่งศักดิสิทธิ์ทั้งหลาย ตลอดจนสร้างบารมีตามที่ตนปรารถนา
วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด

เด่นชัดเต็มตากับ ยักษ์เพี้ยง ที่มีเรื่องราวว่า เดิมเป็นยักษ์ที่ดุร้าย ทำบาปกรรมในอดีตมากมายต้องไปรับกรรมในนรก เมื่อได้มารับรู้รสพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ายึดถือปฏิบัติ เพียงถือศีล 5 ก็สามารถขึ้นจากนรกได้และมาเป็นสื่อให้มนุษย์ปฏิบัติความดี อาการที่ยกมือข้างซ้ายกางออกทั้ง 5 นิ้ว คือ เตือนให้รักษาศีล 5 มือขวาถือขวานแสดงถึงการใช้ขวานฟาดฟันกิเลส เท้าที่เหยียบสัตว์ประหลาดแสดงถึงการเหยียบกิเลสทั้งหลายให้จมธรณีสู่นรก ยักษ์เพี้ยง จึงเป็นเครื่องแสดงยืนยันการได้รับสิ่งดีๆที่ได้รับจากการปฏิบัติพระธรรม ของพระพุทธเจ้าและชักชวนให้ชาวโลกทุกคนที่มาเยี่ยมชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ให้รักษาศีล 5 เพื่อให้มีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน ตลอดจนครอบครัวญาติพี่น้องโดยทั่วกัน และเป็นการสร้างบารมีให้ไปเกิดในยุคพระศรีอริยเมตไตรย

วัดป่าห้วยลาด
วัดป่าห้วยลาด

พระตรีมูรติ เทพเจ้าแห่งความรัก ความผาสุก ความสำเร็จสมหวัง ตั้งอยู่บริเวณด้านขวามือของเรา หลังจากเดินถ่ายรูปไปได้สักพัก โดยมีคนกล่าวเอาไว้ว่าหากจะสักการะเพื่อขอพรเรื่องความรัก ควรมีเครื่องบูชาเป็นดอกกุหลาบสีแดงสัญลักษณ์แห่งความรัก 9 ดอก ซึ่งยังสื่อหมายถึงความเป็นมงคลและพลังชีวิต แต่ในบริเวณที่เราไปนั้น ไม่พบเห็นใครมาบูชานะ อยากจะเป็นเพราะไม่มีพื้นที่ให้ทำสักการะได้

นึกขึ้นมาได้ ลืมบอกไปว่า ทิศที่เรากำลังถ่ายรูปอยู่นั้นจะเป็นการหันหน้าเ้าหาพระอาทิตย์ซึ่งจะเป็นการย้อยแสง นั้นหมายความว่าใครที่ต้องการมาเก็บภาพสวยๆ ของสถานที่แห่งนี้ให้มาช่วงบ่ายจะเยี่ยมกว่า แสงจะอยู่ข้างหลังเราส่องมาที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ ภาพที่ได้จะสวยกว่าที่เราถายในตอนรุ่งเช้า

พญานาค วัดป่าห้วยลาด
พญานาค วัดป่าห้วยลาด
นาคปรก 9 เศียร
นาคปรก 9 เศียร

ยังครับ ยังอยู่ข้างนอก ยังไม่ได้เข้าไปข้างในศาลาเลย เป็นสถานที่ที่เราใช้เวลานานเมื่อกัน อีกหนึ่งอย่างคือ นาคปรก 9 เศียร ตั้งสง่างามเอามากๆ เลยแวะถ่ายรูปสักหน่อยแล้วจะเข้าไปสู่ด้านในศาลากันนะ

พระสัพพัญญู เป็นพระประธานสีขาว หรือหลวงพ่อขาว
พระสัพพัญญู เป็นพระประธานสีขาว หรือหลวงพ่อขาว
พระสัพพัญญู เป็นพระประธานสีขาว หรือหลวงพ่อขาว
พระสัพพัญญู เป็นพระประธานสีขาว หรือหลวงพ่อขาว

ภายในอุโบสถ วิหาร ศาลาเฉลิมพระเกียรติ สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โครงหลังคาเหล็ก มุงด้วยกระเบื้องดินเผา ทรงไทยประยุกต์ ใช้ปฏิบัติกิจกรรมของพระสงฆ์ และประกอบพิธี ในวันสำคัญทางพุทธศาสนา วัดป่าห้วยลาดนอกจากจะมีศาลาเฉลิมพระเกียรติที่ใหญ่โตโอ่อ่า สง่างาม ซึ่งประดิษฐานพระประธานสีขาวบริสุทธิ์ สร้างด้วยแร่แคลไซด์ มีนามว่า พระสัพพัญญูรู้แจ้งสามแดนโลกธาตุ องค์ใหญ่ที่สุด ซึ่งงดงามปานเทวดาสร้างและศักดิ์สิทธิ์  ด้วยขนาดหน้าตัก 20 เมตร สูง 19 เมตรประดิษฐาน เป็นพระประธานในศาลาเฉลิมพระเกียรติ บรรยากาศภายในที่เย็นสบายไม่ร้อยเพราะแดดไม่สามารถเข้ามาภายในทำอะไรกับเราได้ ไหว้สักการะเป็นที่เรียบร้อยก็ เราสามารภเดินรอบๆ บริเวณชมทัศนิยาภาพได้โดยรอบ สวยงามดีครับ

เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี ความหิวไม่ปราณีใคร เปิด google map มองหาร้านอาหารเอาแบบง่ายๆ นะ อ่านรีวิวที่มีให้ google ได้ทีก็ปักหมุดเดินทางต่อเพื่อปากท้อง

คาเฟ่ ดี มีนา

ไม่ไกลจากจุดที่เราได้ท่องเที่ยว แวะไปซะหน่อย ร่างกายต้องการกาแฟ หรือข้าวกันแน่ อันตัวเราเองก็เป้นคนธาตุเบาจะทานอะไร ก็ต้องดูที่ดูทาง คือในรัศมีทำการไม่เกิน 1000 เมตรเราต้องมองเห็นห้องน้ำ ตรวจสอบแล้วร้านอาหารไหนๆ ก็ต้องมีห้องน้ำเป็นแน่ ก็เริ่มเดินทางไปจุดหมาย (จะไปห้องน้ำ หรือร้านกาแฟว่ะ) ก็มีที่ให้เราได้นั่งพัก มองออกไปไกลๆ เห็นแต่สีเขียวเพิ่มความสดชื่อให้กับร่างกายได้นิดหน่อย สนนราคานั้นก็ราคาใกล้เคียงกับในตัวเมืองนะแต่ไม่สูง คิดเสียว่าเป็นคนบรรยากาศทุ่งนาที่คนเมืองไม่ค่อยจะได้สัมผัส

คาเฟ่ ดี มีนา
คาเฟ่ ดี มีนา
คาเฟ่ ดี มีนา
คาเฟ่ ดี มีนา
คาเฟ่ ดี มีนา
คาเฟ่ ดี มีนา

 

เลยดาดัง

หลังจากมื้อเที่ยงที่เราทั้งสองไม่ได้เลยทานอะไรหนักๆ ก็ได้เวลาเดินทางกลับเข้าตัวเมือง ในระหว่างทางนั้นเองท้องก็ร้องตลอดเวลา เสมือนหนึ่งเป็นบทเพลงใหม่มาให้แก้ความเหงา หรือเงียบระหว่างเดินทาง เป้าหมายต่อไปของเรา คือเวลาที่เราไปเที่ยวก็อยากจะทานอะไร ชิมอะไรที่เป็นอาหารพื้นถิ้นให้มากที่สุด ได้แล้วหลังจากปักหมุด เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย ขอบอกว่า ร้านสวยอาหารอร่อยจริง โดยเฉพาะหมูยอ ต้องซื้อกลับติดมือ มากรุงเทพต่อ

เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย
เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย
เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย
เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย
เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย
เลยดานัง อาหารเวียดนาม อีสานอร่อยในจังหวัดเลย

 

 

ความประทับใจ

  • เส้นทางดีมาก มีที่จอดรถฟรีให้
  • ห้องน้ำพร้อมให้บริการ
  • ค่าบริการรถรับส่งไม่แพง
  • สุดท้ายคือวิวที่ได้ สวยครับ

ข้อควรรู้ และแนะนำ

  • อากาศเย็น ก็ใส่เสื้อผ้าที่ทำให้อบอุ่น
  • อย่าได้ข้ามรั้วที่กันเอาไว้ มันอันตราย
  • อย่าส่งเสียงดัง ให้เวลากับธรรมชาติ

ภาพประทับใจ

Pin It on Pinterest

Scroll to Top